โรงงานผลิต

โรงงานผลิตแต่งแร่ โดโลไมท์ ปูนขาว ยิปซั่ม ปูนเปลือกหอย ร๊อคฟอสเฟต


QUICK POWER 25กก.

QUICK POWER 25กก.

Quick Power

QUICK POWER

Quick Power 25กก.

คุณสมบัติ

- ปรับอุณภูมิน้ำ
- เพิ่ม pH ในน้ำได้ดี
- ใช้ในหารไล่กุ้งออกจากเลน
- เพิ่มความกระด้างของน้ำ (Hardness)
- ทำให้กุ้งลอกคราบ เปลือกแข็งไว
- เพิ่มแคลเซียมในน้ำ แลแร่ธาตุ ได้แก่ เหล็ก


แมงกานีส ซิลิก้า
- เพิ่มค่าอัลคาไลท์ให้สูงขึ้น

อัตราการใช้

- ใช้ปริมาณ 10-25 กก./ไร่ หรือตามสภาพของคุณภาพน้ำ
- ใช้ได้ทั้งกุ้งกุลาดำ และกุ้งขาว


ปูนขาวซุปเปอร์ไฮเดรต (CO(OH)2) 25 กก.

ปูนขาวซุปเปอร์ไฮเดรต (CO(OH)2) 25 กก.

ปูนขาวซุปเปอร์ไฮเดรต

ปูนขาวซุปเปอร์ไฮเดรต

ปูนขาวซุปเปอร์ไฮเดรต (Co(OH)2)25 กก.

ส่วนประกอบ (Co(OH)2)

คุณสมบัติ

- ใช่เพิ่ม pH ในน้ำ ในดินได้อย่างรวดเร็ว
- ใช้เพิ่มอัลคาไลท์ในน้ำได้ดี
- ใช้แก้ปัญหาดินเปรี้ยว ดินเป็นสนิมเหล็ก
- ใช้ในการฆ่าเชื้อพื้นบ่อ
- ช่วยในการลอกคราบ ทำให้เปลือกกุ้งแข็ง


อัตรการใช้

- ใช้ 10-25 กก./ไร่ หรือตามสภาพคุณภาพน้ำและดิน
- ใช้สำหรับสัตว์น้ำทุกชนิด และใช้ในการปรับ pH ของดิน


HOT POWER 25 กก.

HOT POWER 25 กก.

HOT POWER

HOT POWER

Hot Power 25 กก.

ส่วนประกอบของ Hot Power

- แมกนีเซียมออกไซด์ (MgO) 40%
- แคลเซียมออกไซด์ (CaO) 30%
- แร่ธาตุอื่นๆ Zn, Mo, Si, Br ฯลฯ 30%

คุณสมบัติ

- ปรับสภาพดินและน้ำในบ่อกุ้ง
- เพิ่ม pH, Alk เพิ่มอุณหภูมิ เพิ่มออกซิเจน
- ลดตะกอนและสารแขวนลอยในน้ำ
- ช่วยสร้างเปลือก ทำให้กุ้งลอกคราบดี เปลือกแข็งเร็ว

อัตราการใช้ หว่านแห้งโดยไม่ต้องละลายน้ำ

- เตรียมบ่อ ใช้ 20-25 กก./ไร่
- กำจัดหอยและสาหร่าย ใช้ 50-100 กก./ไร่ (หว่านบริเวณที่มีหอยและสาหร่าย)
- ระหว่างเลี้ยง กระตุ้นการลอกคราบ สร้างเปลือก เพิ่ม pH, Alk ใช้ 10-20 กก./ไร่
- ลดตะกอน น้ำดรอป สีน้ำล้ม ฝนตกหนัก ใช้ 50-100 กก./ไร่


ปูนซุปเปอร์แคลเซียม 99 หรือ ยิปซั่ม 25 กก.

ปูนซุปเปอร์แคลเซียม 99  25 กก.

ปูนซุปเปอร์แคลเซียม 99 หรือ ยิปซั่ม

ปูนซุปเปอร์แคลเซียม 99 หรือ ยิปซั่ม

ปูนซุปเปอร์แคลเซียม 99 หรือ ยิปซั่ม 25 กก.

เป็นสารปรับสภาพน้ำจากธรรมชาติคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการแปรสภาพให้เหมาะต่อการนำมาใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำซึ่งปลอดภัยกับสิ่งแวดล้อม

ส่วนประกอบ CaSO4, 2H2O 99%

คุณสมบัติ

- ปรับปรุงโครงสร้างของดินให้เหมาะสมต่อการเลี้ยงกุ้ง
- เพิ่มค่าความกระด้าง (Hardness) และค่า Alk
- เพิ่มแคลเซียมในน้ำ และสร้างเปลือกกุ้ง

- ลดตะกอนแขวนลอยในน้ำ
- ช่วยควบคุมและปรับ pH ของน้ำ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของกุ้ง

อัตราการใช้

- ช่วงเตรียมบ่อ : ใช้ 100 กก./ไร่ หว่านรองพื้นก่อนสูบน้ำเข้าบ่อ หรือละลายน้ำสาดให้ทั่วบ่อหลังจากสูบน้ำเข้าแล้วในกรณีที่น้ำมีความเค็มสูงหรือต่ำลงให้ปรับเพิ่มปริมาณการใช้ขึ้นลงตามสัดส่วน
- ระหว่างการเลี้ยง : ใช้ 25-50 กก./ไร่ หว่านแห้งหรือละลายน้ำสาดให้ทั่วบ่อ
- ในกรณีแก้ปัญหากุ้งลอกคราบ กุ้งนิ่ม กุ้งลอยหัว : ใช้ 50 กก./ไร่ ละลายน้ำสาดให้ทั่วบ่อและลงซ้ำทุกๆ 2-3 ชม.จนกว่ากุ้งจะเป็นปกติ


D-500 หรือ โดโลไมท์ 25 กก.

D-500 หรือ โดโลไมท์ 25 กก.

D-500 หรือ โดโลไมท์

D-500 หรือ โดโลไมท์

D-500 หรือ โดโลไมท์ 25 กก.

ส่วนประกอบ

- แมกนีเซียมคาร์บอเนต (MgCo3) 40%
- แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO2) 50%
- แร่ธาตุอื่นๆ Zn, Mo, Br, Si ฯลฯ 10%
- สารเพิ่มประสิทธิ์ภาพการทำงาน

คุณสมบัติ

- ปรับสภาพดินและน้ำในบ่อกุ้ง
- ทำสีน้ำ สร้างแพลงก์ตอน
- เพิ่มธาตุ Mg+, Ca+ สูงกว่าโดโลไมท์อื่น
- ช่วยสร้างเปลือกกุ้งในช่วงกุ้งลอกคราบ
- ปลอดภัยต่อกุ้งและสิ่งแวดล้อม

อัตรการใช้ ละลายน้ำสาดให้ทั่วบ่อ

- เตรียมบ่อ ใช้ 100-200 กก./ไร่
- ระหว่างการเลี้ยง ใช้ 25-50 กก./ไร่
- กรณีน้ำดรอป สีน้ำล้ม ใช้ 50-100 กก./ไร่


เซฟ-ซอยด์ 25 กก.

เซฟ-ซอยด์ 25 กก.

เซฟ-ซอยด์

เซฟ-ซอยด์

เซฟ-ซอยด์ 25 กก.

เป็นแร่ธาตุบริสุทธิ์จากธรรมชาติ

คุณสมบัติในการปรับสภาพดิน-น้ำ

- มีปริมาณธาตุอาหารรองที่เป็นประโยชน์อย่างมากกับพืช
- มีธาตุอาหารเสริมจำพวกแคลเซียม แมกนีเซียม ที่จำเป็นในการสังเคราะห์แสง
- ใช้แก้ความเป็นกรดของดิน แก้ปัญหาดินเปรี้ยว ดินเสื่อมโทรม
- ปลดปล่อยธาตุอาหารในดิน เนื่องจากการใช้ปุ๋ยเคมีมานาน
- ช่วยปรับปรุงดิน ทำให้ดินร่วนซุย จุลินทรีย์ในดินทำงานได้เต็มที่

- ป้องกันและแก้ปัญหาพืชโตช้า แคระแกรน ใบเหลือง ใบซีด ใบหงิกงอ ดอกผลร่วง ผลมีขนาดเล็ก รูปทรงผิดส่วน ผลผลิตตกต่ำ

อัตราการใช้

ใช้กับไม่ยืนต้น ไม้ผล ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และนาข้าว
- รองก้นหลุม 2-3 ขีด/ต้น
- 1-5 ปี 1-2 กก./ต้น
- 6 ปีขึ้นไป 2-3 กก./ต้น
- หน้ายางตาย 5 กก./ต้น


ปูนมาร์ล 25 กก.

ปูนมาร์ล 25 กก.

ปูนมาร์ล

ปูนมาร์ล

ปูนมาร์ล 25 กก.

ประกอบด้วย แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCo3) 90%

คุณสมบัติเหมาะสำหรับใช้ในช่วงเตรียมบ่อ และการเลี้ยงสัตว์น้ำ
- เพิ่มค่าอัลคาไลท์
- ควบคุมการเปลี่ยนแปลงของ pH

อัตราการใช้

- ช่วงเตรียมบ่อ ใช้ 100 กก./ไร่ แต่ถ้าดินเป็นกรด ใช้ 500-1000 กก./ไร่ หรือตามความต้องการของดิน
- ระหว่างเลี้ยง ใช้ 50 กก./ไร่ และควรใช้ตามคำแนะนำของนักวิชาการ


ปูนหอย

ปูนหอย

ปูนหอย

ปูนหอย

ปูนหอย 10 กก.

คุณสมบัติ

- ทำให้ค่า pH เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดเหมาะสมที่จะใช้แก้ปัญหาดินเป็น กรดมากที่สุด
- ทำให้อุณหภูมิของน้ำเพิ่มสูงขึ้น
- เมื่อสัมผัสกับน้ำ จะมีฤทธิ์กัดผิวหนัง จึงต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง
- เมื่อได้รับความชื้น จะไม่จับตัวเป็นก้อน เนื่องจากผ่านกระบวนการให้ความร้อนสูง ซึ่งเป็นการทำลายโครงสร้างให้มีขนาดอนุภาคเล็กลง

อัตราการใช้

- เตรียมบ่อ ไม่นิยมใช้เพราะมีราคาค่อนข้างแพง
- ระหว่างเลี้ยงใช้ 10-20 กก./ไร่


ปูนขาว 10 กก.

ปูนขาว 10 กก.

img_19721   ปูนขาว 10 กก.

คุณสมบัติ

- ให้ค่า pH เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าพวกคาร์บอเนตแต่น้อยกว่าปูนพวก อ๊อกไซด์
- ทำให้อุณหภูมิของน้ำเพิ่มสูงขึ้น
- เมื่อได้รับความชื้น จะไม่จับตัวกันเป็นก้อน
- เมื่อสัมผัสกับน้ำจะมีฤทธิ์กัดผิวหนัง จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
- สามารถใช้ในทางการเกษตรได้
- ใช้ปรับสภาพดินและน้ำที่เป็นกรด
- ใช้แก้น้ำกระด้าง
- บำบัดน้ำเสีย

อัตราการใช้

- เตรียมบ่อ ใช้ ใช้ 100-500 กก./ไร่ แต่ขึ้นอยู่กับดินว่าดินเป็นกรดมากหรือน้อย
- ระหว่างเลี้ยง ใช้ 10 - 20 กก./ไร่ ขึ้นอยู่กะ pH ของน้ำ


ปูนขาว PH 10 กก.

ปูนขาว PH 10 กก.

ปูนขาว PH

ปูนขาว PH

ปูนขาว PH 10 กก.

คุณสมบัติ

1.ช่วยลดปริมาณตะกอนในน้ำ ทำให้น้ำโปร่งขึ้น
2.ช่วยขจัดก๊าซพิษที่อยู่ในน้ำ
3.ใช้เพิ่ม pH และอุณหภูมิในน้ำได้ดีมาก
4.ในกรณี ฝนตกหนัก น้ำเป็นสีขาวขุ่น จะปรับสภาพน้ำให้โปร่งขึ้น
5.ขจัดเเพลงก์ตอนที่เป็นพิษ กลุ่มสีเขียวเเกมน้ำเงิน ได้เเก่ สาหร่ายขนเเมว หรือสาหร่ายเม็ดสีเขียวได้
6.ใช้ฆ่าเชื้อโรค หรือสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ตกค้างตามพื้นบ่อได้
7.ใช้เเก้ปัญหาดินเป็นกรด เป็นสนิมเหล็ก ดินฝาด ดินเปรี้ยวได้ดีมาก
8.ใช้ปรับพื้นบ่อ ในช่วงที่เตรียมบ่อได้ดีมาก

วิธีใช้

1.เพิ่มความร้อนในน้ำ โดยไม่ต้องละลายน้ำก่อนลงบ่อเลี้ยง
2.ใช้ปรับน้ำในบ่อเลี้ยง 10-20 กก./ไร่
3.ใ้ปรับพื้นบ่อทั่วๆ ไป 200-250 กก./ไร่
4.ใช้ปรับสภาพดินเสื่อมโทรม 300-400 กก./ไร่

ข้อควรระวัง

ในช่วงกุ้งเล็กควรใช้ปริมาณน้อย
ควรเก็บไว้ในที่ร่ม ไม่ให้เปียกน้ำเพราะจะทำให้ปูนเสื่อมคุณภาพ
เวลาใช้ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง


ซีโอสตาร์ หรือ ซีโอไลท์ 25 กก.

ซีโอสตาร์ หรือ ซีโอไลท์ 25 กก.

ซีโอสตาร์ หรือ ซีโอไลท์

ซีโอสตาร์ หรือ ซีโอไลท์

ซีโอสตาร์ หรือ ซีโอไลท์ 25 กก.

เป็นซีโอไลท์ ชนิดเนื้อหนัก

ซีโอไลท์ หรือ ชื่อในทางภาษาวิชาการเรียกกันว่า แร่ภูเขาไฟ หรือ ซีโอไลท์ คือกลุ่มของหินเดือด, หินที่ผ่านความร้อนเป็นล้าน ๆ องศา หิน ที่ผ่านความร้อนจนสุกและพองขยายตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่หินที่ระเบิดออกมาจากภูเขาแล้วนำมาบดขายกัน ซึ่งหินดังกล่าวนี้จะไม่ค่อยได้คุณภาพ แต่ก็มักจะกล่าวอ้างกันว่า เช่น ซีโอไลท์ เนื้อเบา (Diatomite) บ้าง ซีโอไลท์ เนื้อหนัก (Kaolinite) บ้าง หินดิบเหล่านี้ไม่มีความสามารถในการจับหรือแลกเปลี่ยนประจุบวกได้ เพราะไม่มีความโปร่งพรุน ทำให้ไม่สามารถที่จะจับตรึงปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกให้เป็นปุ๋ยละลายช้า ได้ (Slow release Fertilizer) และยังมี ซิลิก้า, ซิลิคอน, หรือ ซิลิสิค แอซิด ที่ละลายน้ำได้ในปริมาณที่น้อยมาก ๆ จึงไม่เพียงพอที่จะนำไปเป็นประโยชน์ต่อพืชแร่ภูเขาไฟ หินลาวา ซีโอไลท์ หรือ หินเดือด มีแร่ธาตุที่ละลายน้ำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซิลิก้าที่มีโครงสร้างเคมีอยู่ในรูปของ H4sio4 จึงเป็นประโยชน์ที่สำคัญอย่างยิ่งกับพืช

ประโยชน์

1.ใช้ฉีดพ่นเพื่อทำให้พืชแข็งแรง ซีโอไลท์ ผง ประมาณ 200-300 กรัมละลายในน้ำ 20 ลิตร ทิ้งไว้หนึ่งคืนแล้วกรองแยกตะกอนไปใส่ต้นไม้ เอาแต่น้ำมาฉีดพ่นพืชให้เปียกทั่วถึงทุกส่วน
2.ใช้หว่านลงดินก่อนปลูก ให้พืชที่จะปลูกบนดินได้รับ ซิลิก้า ตั้งแต่เริ่มดูดน
้ำหรือเริ่มการเจริญ หรือเริ่มงอก ใช้ หว่านลงผิวดินแล้วพรวนกลบ หรือจะหว่านลงในแปลงนาทำการลูบหรือคราดให้จมแล้วจึงหว่านเมล็ด หรือใส่รองก้นหลุม เคล้ากับดิน แล้วจึง ปลูกพืช หรือ หยอดเมล็ด
3.ใช้ ใส่หลังปลูก ใช้วิธีโรยเป็นแถวข้าง ๆ ต้น เช่นข้าวโพด หรือหว่านบริเวณใต้ทรงพุ่มต้นของพืช พืชผักต้นเล็กปลูกติดกันแน่นให้หว่านด้วยชนิดเม็ด
4.ใช้คลุกผสมใส่ลงไปพร้อมกับ ปุ๋ย โดยใช้ปุ๋ยเคมี 5 ส่วนพรมน้ำพอชื้น แล้วเอา แร่ภูเขาไฟ หรือ ซีโอไลท์ คลุกผสมให้ผงติดเม็ดปุ๋ยทุกเม็ด จะช่วยทำให้ปุ๋ยกลายเป็นปุ๋ยละลายช้า
5. ลดการสูญเสียปุ๋ย ปรกติปุ๋ยเคมีที่ขายในไทยถูกกำหนดให้ละลายทันทีทั้ง 100 % ดังนั้นถ้าฝนตกมาก รดน้ำมาก ปุ๋ยละลายออกมา สารจะมีความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวก จะจับปุ๋ยไว้ทั้งแอมโมเนียม และโปแตสเซียมให้กลายเป็นปุ๋ยละลายช้า 6. ทำลายสารพิษในดินและในน้ำ สารพิษตกค้างที่มีผลในการลดการเจริญของพืชมักเป็นสารกำจัดวัชพืช
7. เพิ่มคุณภาพผลผลิต จาการมีซิลิก้าที่ ผิวพืชมากขึ้นทำให้พืชผัก แข็ง กรอบ อร่อยขึ้น เก็บรอการขายได้นานขึ้น ช้ำน้อย คุณภาพสูงขึ้นแทบทุกด้าน ยกเกรดของสินค้าให้สูงขึ้น ราคาก็ดีขึ้นด้วย.แม้ผลไม้ก็มีคุณภาพดีขึ้นเช่นกัน
8. ลด แมลงและไส้เดือนฝอยในดิน หว่านบาง ๆ ลงบนดินบริเวณที่มีมด ปลวก เสี้ยนดิน ตัวอ่อนของด้วง หมัดกระโดด ไส้เดือน ไส้เดือนฝอย หอยบก ก็จะลดน้อยลง
9.ใช้ทำลายสารพิษตกค้างในอาหารสัตว์ ผสมให้สัตว์กินตามปรกติ อัตราการตายของ หมู เป็ด ไก่ ลดลง มีการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น
10.ใช้ เพิ่มผลผลิตเห็ด ใช้ ผสมในขี้เลื่อยหรือวัสดุดิบเพาะ ไม่ต้องใช้จิบซั่มและปูนขาว นำไปเพาะเห็ดตามปรกติ รดบนกองและดินรอบกองจนเปียกชุ่ม จะลดไรเห็ดลง มด ปลวก ไส้เดือนฝอย และกลิ่นลงได้ ผลผลิตเห็ดเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพ


0-3-0 หรือ ร๊อกฟอสเฟส 50 กก.

0-3-0 หรือ ร๊อกฟอสเฟส 50 กก.

0-3-0 หรือ ร๊อกฟอสเฟส

0-3-0 หรือ ร๊อกฟอสเฟส

0-3-0 หรือ ร๊อกฟอสเฟส 50 กก.

ใช้รองกุ้นหลุม ก่อนปลูกพืช

ธาตุฟอสฟอรัส
        ธาตุฟอสฟอรัสในดินมีกำเนิดมาจากการสลายตัวผุพังของแร่บางชนิดในดิน การสลายตัวของสารอินทรียวัตถุในดินก็จะสามารถปลดปล่อยฟอสฟอรัสออกมาเป็น ประโยชน์ต่อพืชที่ปลูกได้เช่นเดียวกับไนโตรเจน ดังนั้น การใช้ปุ๋ยคอกนอกจากจะได้ธาตุไนโตรเจนแล้วก็ยังได้ฟอสฟอรัสอีกด้วย ธาตุฟอสฟอรัสในดินที่จะเป็นประโยชน์ต่อพืชได้จะต้องอยู่ในรูปของอนุมูลของ สารประกอบที่เรียกว่า ฟอสเฟตไอออน (H2PO4- และ HPO4-) ซึ่งจะต้องละลายอยู่ในน้ำในดิน สารประกอบของฟอสฟอรัสในดินมีอยู่เป็นจำนวนมากแต่พืชก็ยังขาดฟอสฟอรัสเพราะ ส่วนใหญ่อยู่ในรูปที่ละลายน้ำยากนั่นเอง นอกจากนั้นแร่ธาตุต่างๆในดินชอบที่จะทำปฏิกิริยากับอนุมูลฟอสเฟตที่ละลายน้ำ ได้ ดังนั้นปุ๋ยฟอสเฟตที่ละลายน้ำได้เมื่อใส่ลงไปในดินประมาณ ๘๐-๙๐% จะทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุในดินกลายเป็นสารประกอบที่ละลายน้ำยากไม่อาจเป็น ประโยชน์ต่อพืชได้ ดังนั้นการใส่ปุ๋ยฟอสเฟตจึง ไม่ควรคลุกเคล้าให้เข้ากับดินเพราะยิ่งจะทำให้ปุ๋ยทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุ ต่างๆ ในดินได้เร็วยิ่งขึ้น แต่ควรจะใส่แบบเป็นจุดหรือโรยเป็นแถบให้ลึกลงไปในดินในบริเวณรากของพืชปุ๋ย ฟอสเฟตนี้ถึงแม้จะอยู่ใกล้ชิดกับรากก็จะไม่เป็นอันตรายแก่รากแต่อย่างใด ปุ๋ยคอกจะช่วยป้องกันไม่ให้ปุ๋ยฟอสเฟตทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุในดินและสูญเสีย ความเป็นประโยชน์ต่อพืชเร็วจนเกินไป
          พืชเมื่อขาดฟอสฟอรัสจะมีต้นแคระแกร็นใบมีสีเขียวคล้ำ ใบล่างๆ จะมีสีม่วงตามบริเวณขอบใบ รากของพืชชะงักการเจริญเติบโต พืชไม่ออกดอกและผล พืชที่ได้รับฟอสฟอรัสอย่างเพียงพอจะมีระบบรากที่แข็งแรงแพร่กระจายอยู่ในดิน อย่างกว้างขวาง สามารถดึงดูดน้ำและธาตุอาหารได้ดี การออกดอกออกผลจะเร็วขึ้น

------------------------------------------------------------------------------------

20150429_125926 20150429_125816

 

กรีน 500  (GREEN 500)

โดโลไมท์ 100% ชนิดพิเศษ เกรดส่งออกต่างประเทศ

โดโลไมท์เป็นแร่ธาตุจากธรรมชาติที่ไม่เป็นอันตรายต่อพืช และผู้ใช้ ช่วยในการปรับปรุงโครงสร้างดิน  ลดความเป็นกรด แก้ดินเปรี้ยว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสังเคราะห์แสง ปรับสภาพดินให้เหมาะแก่การเพาะปลูกพืช ทำให้เกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิต และลดค่าใช้จ่ายในการเพาะปลูกพืช

คุณสมบัติ

  • เพิ่มแร่ธาตุแมกนีเซียมให้กับพืช แก้ปัญหาต้นพืชขาดแมกนีเซียม เพิ่มประสิทธิภาพในการสังเคราะห์แสง
  • แก้ปัญหาดินเปรี้ยว ลดกรดในดิน ปรับปรุงสภาพดินให้เหมาะสมกับการเกษตร
  • เพิ่มธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์กับพืช ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม
  • ปรับปรุงดินให้ร่วนซุย ส่งเสริมจุลินทรีย์ในดินให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
  • แก้ปัญหาพืชโตช้า แคระแกรน ใบเหลือง ใบซีด หงิกงอ ดอกผลร่วง ผลเล็ก

อัตราการใช้

  • ปาล์มน้ำมัน 3-5 กิโลกรัมต่อต้น ปีละ 1 ครั้ง
  • ยางพารา 2-3 กิโลกรัมต่อต้น ปีละ 1 ครั้ง
  • ไม้ผล และไม้ยืนต้น ใส่ประมาณ 1-2 กิโลกรัมต่อต้น
  • การปลูกผักใช้รองก้นหลุม 1-2 ขีด ใส่ช่วงออกดอก – ผลอีกครั้งละ 500-1000 กิโลกรัมต่อไร่